Horo

ร้านค้า…ในป่าช้าเก่า


ร้านค้า...ในป่าช้าเก่า

โดย Almond Liu

วันนี้ผมไม่ได้เปลี่ยนแนวมาคุยเรื่องผีนะครับ เรายังคุยกันเรื่อง “ฮวงจุ้ย” เหมือนเดิม ก่อนจะคุยกันต่อ ผมขอพูดถึงคำว่า “ฮวงจุ้ย” ก่อนนะครับ คำๆ นี้เป็นภาษาจีนแต้จิ๋ว แปลว่า ลมน้ำ ส่วนคำว่า “ฮวงซุ้ย” นั้น ไม่มีความหมาย ไม่ได้หมายถึงหลุมฝังศพอย่างที่หลายๆ คนเข้าใจ คำว่า “ฮวงซุ้ย” นี้คนไทยฟังเพี้ยนไปเอง และไปนิยามถึงความลี้ลับนับถือผี ซึ่งจริงๆ แล้ววิชาฮวงจุ้ยคือเรื่องภูมิศาสตร์ ชัยภูมิ และสถิติ แต่ถ้าหมอดูพูดแบบนี้ คงหมดทางหารายได้

มาเข้าเรื่อง “ร้านค้า…ในป่าช้าเก่า” กันดีกว่า

หลักของฮวงจุ้ยนั้นแยกที่อยู่ของคนเป็น และคนตายไว้ไม่ให้รวมกัน ที่ไม่รวมเพราะมีความต่างในวิถีของตนเอง ที่อยู่คนเป็นนั้น ต้องเคลื่อนไหว ต้องสว่าง ต้องมีการพบปะพูดคุย ต้องอบอุ่น ส่วนที่อยู่ของคนตาย ต้องนิ่ง ต้องมืด ไม่มีปฎิสัมพันธ์ ต้องเยือกเย็น เมื่อหลักการกำหนดให้เราต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างใช้วิถี ดังนั้นการเอาทั้งสองมาอยู่ในที่เดียวกันจึงทำให้เกิดความวุ่นวายไม่จบสิ้น

เคยมีคนมาปรึกษากับผมว่า จะเปิดร้านค้าใหม่ สถานที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเลยทีเดียว ค่าเช่าที่ดิน ราคาถูกมากเป็นพิเศษ ที่ดินอยู่ใต้ทางด่วน ด้านหน้าที่มีถนนผ่าน เข้าออกสะดวก ข้อสงสัยคือว่า ที่ดินกลางเมืองขนาดนั้น ทำไมราคาค่าเช่าถึงได้ถูกนัก ถามไปถามมาก็ได้ความว่า ที่ดินผืนนี้เคยเป็นสุสานเก่ามาก่อน ปัจจุบันได้รื้อถอนออกไปแล้ว แต่ด้านหลังที่ก็จะยังพอมีหลุมฝังศพอยู่บ้าง พอให้เห็นว่าเรามีเพื่อนบ้านเป็นใครอย่างไร มีชื่อเสียงเรียงนามเขียนหน้าบ้านชัดเจน คำถามอยู่ที่ว่า

  1. ที่ตรงนี้ทำการค้าได้มั้ย? แล้วทำการค้าอะไรดี?

  2. แก้ไขได้มั้ย? แล้วแก้ไขอย่างไร?

  3. จะมีแขกพิเศษที่ไม่ได้เชิญเข้ามาอยู่ร่วมในร้านมั้ย?

 

ตอบทีละข้อเลยแล้วกันนะครับ

ข้อแรก

ที่ดินบริเวณนี้ ไม่เหมาะอย่างยิ่งที่จะทำเป็นร้านค้า เพราะการจะเป็นร้านค้านั้น จะต้องมีความจอแจ ต้องมีคนเดินผ่านไปมา ต้องมีความเคลื่อนไหว ต้องมีความสว่าง ต้องมีการพบปะพูดคุย และต้องอบอุ่น แต่ในพื้นที่ดังกล่าว เมื่ออยู่ในป่าช้าเก่า ความจอแจ เคลื่อนไหวก็เริ่มน้อยละนะครับ เพราะผู้คนจะมีความกลัวเป็นพื้นฐานก็ไม่อยากจะย่างกรายเข้าไปในพื้นที่ การพบปะพูดคุยก็ไม่มี การค้าก็ไม่เกิด ดังนั้นจึงทำให้ร้านค้าก็จะซบเซา แต่เราใช้ความสว่างเปิดไฟฟ้ามากๆ ก็สามารถทำเป็นโกดังเก็บของได้ ซึ่งโกดังนี้ ก็ไม่ควรเป็นขอสดด้วยนะครับ เป็นของใช้หรือเครื่องจักรจะดีกว่า แต่ในกรณีของโกดังเก็บของ ถ้ามีแสงสว่างมากเกินไป ก็ทำให้สิ้นเปลือง แต่ถ้าไม่สว่างผมว่าจะรับยามมาเฝ้าโกดังยังคงจะหายากเลยนะครับ

ข้อที่สอง

แก้ไขได้มั้ย? นี่คือคำถาม งั้นผมขอถามกลับก่อนว่า คุณมั่นใจใช่มั้ยว่าใต้พื้นดินนี้ จะไม่มีกระดูกบรรพบุรุษใครหลงเหลืออยู่แล้ว ถ้ามั่นใจอย่างนั้น เราจะเริ่มต้นด้วยการสร้างรั้วรอบขอบชิดให้สูง และทึบ พอที่จะไม่ให้สามารถมองเห็นเพื่อนบ้านได้ และต้องติดไฟฟ้าตามริมรั้วด้วยนะครับ สำหรับตัวอาคาร ต้องสร้างตัวอาคารที่โปร่งโล่ง ให้แสงอาทิตย์ และลมผ่านได้ดี ติดไฟฟ้าในหลายๆ จุดห้ามมีมุมอับ หรือมุมมืด ทางเข้าต้องกว้างขวางเข้าออกได้สะดวก แต่ในกรณีนี้อยู่ใต้ทางด่วน ดังนั้นไม่เหมาะจะเป็นร้านค้าอย่างยิ่ง จะทำได้เพียงโกดังเก็บสินค้าเท่านั้น และควรสร้างหลังคาด้านหน้าทางเข้าให้สูงพอที่จะบังสายตาคนที่จะเข้ามาด้านหน้าเพื่อไม่ให้มองเห็นคานทางด่วน (ซึ่งเป็นเรื่องยากมาก และอันตรายถ้าต้องสร้างสูงเกินไป เพราะผมแนะนำไว้ว่าตัวอาคารควรโปร่ง ดังนั้นต้องคำนวณดีๆเรื่องกระแสลม)

และควรมีการตั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เรานับถือในตำแหน่ง และฤกษ์ที่เหมาะสม (อันนี้ซีเรียสต้องดูฤกษ์ดีๆ นะครับ เพราะวันที่เชิญเจ้าที่เข้าบ้าน ผมก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกันว่าที่เชิญมานั้น เป็นเจ้าที่ชัวร์หรือเปล่า?)

ข้อสุดท้าย

ที่ถามว่าจะมีแขกพิเศษที่ไม่ได้รับเชิญเข้ามาอยู่ในพื้นที่ของเรามั้ย? ผมตอบเลยครับว่า โอกาสสูงมากที่จะเจอแขกพิเศษครับ เพราะในกรณีป่าช้าเก่านี้ เราจะไม่ทราบว่าเค้ามีการเชิญวิญญาณของเจ้าของบ้านเดิมออกไปจากพื้นที่แล้วหรือยัง หรือถ้าเชิญออกไปแล้ว วิญญาณดังกล่าวไปด้วยมั้ย? ปกติผมไม่ค่อยพูดเรื่องวิญญาณไสยศาสตร์นะครับ แต่ในกรณีนี้ที่พูดถึง ผมขอยึดหลักการทางวิทยาศาสตร์ว่า “สสารบนโลกนี้ไม่เคยสูญสลายไป” ดังนั้นถ้ามีพื้นที่ใดที่มีมุมอับ แสงสว่างเข้าไม่ถึง มีโอกาสเจอแขกพิเศษได้สูงมากครับ

ตัวอย่างร้านค้าในป่าช้าเก่า แถวๆ หัวถนนนราธิวาสฯ ว่างๆ ลองไปเดินสำรวจดูกันนะครับว่าการค้าเป็นอย่างไรบ้าง ดีไม่ดีผมอยากให้คุณไปหาคำตอบด้วยตัวเองครับ

สำหรับกรณีร้านค้าในป่าช้าเก่านี้ ถ้าจะนำมาใช้เป็นที่อยู่อาศัยจริงๆ ก็ต้องย้ายสุสานทั้งหมดให้เรียบร้อย หรือไม่ใช่นั้น เมืองก็ห้ามขยายเข้าไปทับพื้นที่สุสาน ทำได้มั้ยล่ะครับ ถ้าทำได้ก็จะดีมาก คนเป็นส่วนคนเป็น คนตายส่วนคนตาย เรามีพื้นที่ของเรา เค้าก็มีพื้นที่ของเค้า ต่างคนต่างอยู่ครับ แต่สำหรับกรณีนี้ ผมแนะนำไปว่าให้คืนพื้นที่ และไม่ควรทำกิจการบริเวณนั้น

🙂

© 2018 GOTWOGETHER     About | Contact
 
TOP
Powered by: Wordpress